องคมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษในงาน“กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal Coffee BCG to SDGs”และการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ครั้งที่ 9/2568

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 9.00 น. มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จัดงาน “กาแฟพ่อหลวงสู่ความยั่งยืน Royal

Coffee BCG to SDGs” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 15 มิถุนายน 2568 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์นายกกิตติมศักดิ์พร้อมทั้งน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงวางรากฐานการปลูกกาแฟอะราบิกาบนพื้นที่สูง และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร ซึ่งส่งผลให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความมั่นคงของชุมชนอย่างยั่งยืน

พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การสืบสาน รักษา ต่อยอด การพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน : กาแฟอะราบิกา
พืชเศรษฐกิจทางเลือกของโครงการหลวง” โดยกล่าวถึงความสำคัญของกาแฟอะราบิกาในฐานะพืชพระราชทานที่ช่วยสร้างรายได้มั่นคงแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามหลัก “ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์
4 อย่าง” พระราชดำริของพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มูลนิธิโครงการหลวงได้ส่งเสริมการปลูกกาแฟให้แก่เกษตรกร 5,852 ครัวเรือน ในพื้นที่ปลูกกว่า 56,121 ไร่ เกิดคุณูปการที่สามารถสร้างผลผลิตให้แก่เกษตรกร
จำนวน 5,000 ตันต่อปี เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน 200-250 ล้านบาทต่อปี และเมื่อขยายไปยังภาพรวมของประเทศ มีเกษตรกรปลูกกาแฟ 80,000 – 100,000 ครัวเรือน ผลผลิตรวม 16,623 ตันต่อปี สร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจ จำนวน 6,000 – 8,000 ล้านบาท อีกทั้งยังมีการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟแปรรูปที่มีมูลค่ากว่า 34,000 ล้านบาท สร้างเครือข่ายธุรกิจร้านกาแฟ โรงคั่ว และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปเป็นกาแฟเกรดพิเศษส่งออกสู่ต่างประเทศ
การพัฒนากาแฟภายใต้โครงการหลวงมีระบบบริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ มีการปลูกกาแฟในระบบร่มเงาที่ช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน เพิ่มพื้นที่สีเขียว และลด ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้สภาพปลูกมีความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ มุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทาง BCG Economy Model ของประเทศ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ
สหประชาชาติ (UN-SDGs)
หลังจากนั้น องคมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการผลสัมฤทธิ์และการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรม
กาแฟอะราบิกา รวมไปถึงได้เยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าจากหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน มากกว่า 65 บูธ นอกจากนี้ ภายใน
งานมีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิการสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “ทิศทางและแนวทางการวิจัยและพัฒนาการผลิตและ
การตลาดกาแฟอะราบิกาของประเทศไทยและนานาชาติ” การจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายการผลิต
การตลาด และธุรกิจกาแฟระหว่างเกษตรกร ภาครัฐและเอกชน การประกวดเมล็ดกาแฟคุณภาพ รวมไปถึงการแข่งขันทักษะและ
ความสามารถของบาริสต้า การจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์จากกาแฟ โดยพิธีเปิดงานในวันแรกได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในช่วงบ่าย องคมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองและขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามนโยบาย ครั้งที่ 9/2568 ประจำเดือนมิถุนายน โดยมีวาระสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ขณะนี้อยู่ระหว่าง การดำเนินการก่อสร้างโรงเรือนวิจัยและสาธิตการปลูกพืช จำนวน 10 โรง พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเพิ่มพื้นที่สีเขียวและป้องกันดินสไลด์ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยการปลูกหญ้าแฝกและต้นกล้วยในพื้นที่บริเวณรอบขอบบ่อเก็บน้ำ รวมทั้งมีแผนการเก็บตัวอย่างดิน เพื่อนำไปวิเคราะห์และวางแผนปรับปรุงดินในระยะต่อไป

Related posts